ทำกิจกรรมจ้า

เพลง ก.ไก่

วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เกมส่งเริมทักษะด้านภาษา

เกมส่งเสริมทักษะด้านภาษาสำหรับเด็ก

วันอังคารที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2553

ข้อสอบปลายภาค วิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
จงตอบคำถามต่อไปนี้
1. ในการจัดประสบกาณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัยท่านต้องศึกษาในเรื่งใดบ้าง
ตอบ 1 เทคนิคการสอนภาษา
2 แนวคิดพื้นฐานการสอนภาษา
3 หลักการสอน
4 ความหมายของภาษา
5 ความสำคัญของภาษา
6 หลักการจัดประสบการทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
................................................................................................................................
2. การจำประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัยมีวุตถุประสงค์อะไร
ตอบ 1 เพื่อพัฒนาทักษะการพูดการอ่าน
2 เพื่อส่งเสริมทักษะทางการพูด การอ่านให้มีประสิธิภาพ้ชิงสร้างรรค์
3 เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เองตามธรรมชาติ
4 เพื่อส่งเสริมประสบการณ์ทักษะทางภาษาของเด็กตามเกณฑมาตรฐาน
...............................................................................................................................
3. หลักการจัดประการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัยมีอไรบ้าง
ตอบ 1 ครูมีหน้าที่จัดประสบการณ์ให้เด็กเสริมสร้างทักษะการพูด ฟัง อ่าน เขียน ของเด็กครูต้องยอมรับฟัง ตั้งใจฟัง ไม่ควรมีอคิตต่อการใช้ภาษาของเด็ก แต่สิ่งที่ควรคำนึงว่าครูไม่ใช่ผู้
ป้อนควมรู้และประสบการณ์ให้แก่เด็ก
2 เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้สิ่งที่น่าสนใจเกิความสนุนสนานกับการใข้ภาษา
..........................................................................................................................
4. ท่ามมีแนวทางการให้ความรู้กับผู้ปกครองเพื่อส่งเสริมพัฒนาทางภาษาได้อย่างไรบ้าง
ตอบ ในการพูดสื่อสารใช้การใช้ภาษาที่ถูกต้องและชัดเจนผู้ปกครองควรใส่ใจในการในภาษากับลูก เพราะเด็กวัยนี้เป็นวัยที่เลียนแบบถ้าลูกได้ยินผู้ปกครองพูดคำไสภาพออกมาเด็กจะจดจำและจะพูดตาม ผู้ปกครองควรมีการสนทนากับลูกเพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ภาษาได้เร็วขึ้น หรือผู้ปกคองควรเล่านิทานให้ลูกฟังและสังเกตฟฤติกรรมลูกว่ามีการเรียนรู้และเข้าใจทางด้สนภาษาการสื่อสารหรือไม่
...................................................................................................................................................
5. ท่านเลือกกิจกรรมส่งเริมพัฒนาทางภาษาที่ชอบที่สุดพร้อมให้เหตูผล
ตอบ ชื่อกิจกรรม : "นิทานของหนู"
วัตุประสงค์ :
1. เพื่อฝึกให้เด็กมีความตั้งใจและสนใจฟังนิทาน
2. เพื่อให้เด็กรู้จำคำต่างและรูปร่างลักษณะสิ่งต่างจากนิทาน
3. เพื่อส่งเสริมให้ได้เรียนภาษาและรักการอ่าน
4. เพื่ออส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และจิตนาการของเด็ก
กิจกรรม :
ครูให้เด็กๆระบายสีรูปภาพที่ครูเตรียมให้เด็กๆเลือกเลือกภาพตามควมชอบใจชอบของเด็กๆคนละ 1รูป เมื่อเด็กๆระบายสีเสร็จแล้วครูจะนำรูปของ
เด็กที่ระบายสีเสร็จเข้าเล่ม ครูและเด็กๆช่วยกันแต่งเรื่องราวขึ้นมาเอง ตามความคิดของเด็กๆครูจะเป็นคอยช่วยต่อเติมเรื่องราวให้สมบูรณ์ ครูจะเอา
นิทานที่เด็กช่วยกันทำมาเล่นกันในห้องเรียนทำเด็กมีความประดับใจ และอยากฟังเพาระเป็นนิทานที่ได้ได้ทำขึ้นเอง
การประเมิน :
1.สังเกตการมีส่วนร่วนแสดงความคิดเห็น
2. สังเกตการสนทนาและฟังนิทาน
3. สังเกตจากผลงานรูปภาพระบายสี

วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553



นิทาน เรื่อง.... แม่ไก่สีแดง (สั้นๆแบบสรุป)

" แม่ไก่สีแดง " ซึ่งวันนี้อาจารย์ได้เรื่องการจัดประสบการณ์ทางภาษาในให้เล่า
และวิเคราะห์เรื่องแม่ไก่สีแดง....
จากที่ได้ไปศึกษาเนื้อเรื่องแม่ไก่สีแดงดิฉันจะเล่าตามความเข้าใจของฉันนะคะ...
เรื่องมีอยู่ว่า...ในบ้านหลังหนึ่งมีสัตว์ 4 ชนิดคือ หมู แมว เป็ด และแม่ไก่สีแดง
แม่ไก่สีแดงเป็นสัตว์ที่ขยันกว่าตัวอื่นๆ วันหนึ่งชาวนาจึงให้ข้าวมากระบุงหนึ่ง...
แม่ไก่ถามเพื่อนๆว่า "มีใครจะช่วยฉันตำข้าวบ้าง"หมู แมว เป็ดต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า " ไม่ ! "
จากนั้นแม่ไก่ก็ถามต่อว่า"ใครจะช่วยฉันขูดมะพร้าวบ้าง" สัตว์ทุกตัวก็ตอบอีกว่า "ไม่"
แม่ไก่แดงไปที่กระต่ายขูดมะพร้าว ขูดมะพร้าวคั้นกะทิจนเสร็จ แม่ไก่แดงก็ถามอีกว่า "มีใครจะช่วยฉันติดไฟบ้าง" สัตว์ทุกตัวก็ปฏิเสธการการขอความช่วยเหลือจากแม่ไก่สีแดง
พอแม่ไก่แดงติดไฟเสร็จแล้วก็เริ่มหยดน้ำแป้งและน้ำกะทิลงในเบ้าขนมครก พอขนมครกนั้นสุกได้ที่ ก็สิ่งกลิ่นหอมหวนชวนรับประทาน หมู แมว และเป็ด ต่างก็วิ่งมาดูขนมครกรู้สึกอยากกินขนมครกนั้นเป็นอย่างมาก....
แม่ไก่สีแดงก็ถามว่า "มีใครอยากช่วยฉันกินขนมครกบ้าง"หมู เป็ดและแมวรีบตอบโดยเร็วว่า "ฉันจะช่วย"แต่แม่ไก่แดงตอบว่า.... "อย่าช่วยฉันเลย,, ฉันทำทุกอย่างได้เอง ฉันตำข้าว โม่แป้ง ขูดมะพร้าว ติดไฟ แคะขนมครกเอง และฉันก็จะกินขนมครกของฉันเองเหมือนกัน" แล้วแม่ไก่สีแดงก็ยกจานขนมครกไปนั่งกินคนเดียวตามลำพัง...."แต่จริงๆแล้วแม่ไก่สีแดงก็อยากให้เพื่อนๆมากินขนมครกด้วยกัน แต่คิดว่าควรให้เพื่อนๆสำนึกสักครั้งว่า ไม่ควรเอาแต่สบายให้เพื่อนทำงานอยู่คนเดียวแล้วหวังผลแต่จะสบาย "
หมู เป็ดและแมวรู้สึกเสียใจมาก ดังนั้นในวันต่อๆมาพวกเพื่อนๆจึงไม่ปล่อยให้แม่ไก่สีแดงต้องทำนตามลำพังอีกแต่จะช่วยกันทำงานเสมอ แม่ไก่สีแดงรู้สึกสบายใจ... เพื่อนๆก็มีความสุข^^
The End ...
จากเรื่องแม่ไก่สีแดง ได้แง่คิดในเรื่องของ
" ความสามัคคีกัน "

วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553


นิทานเรื่อง....แตงโมปวดฟัน

แตงโมเป็นเด็กที่ชอบกินขนมลูกอมและลูกกวาดสีสวยๆ มากที่สุด แต่คุณแม่ไม่ชอบให้แตงโมกินขนม ลูกอม คุณแม่มักบอกกับแตงโมเสมอว่า ลูกอมลูกกวาดนั้นนีน้ำตวลที่ทำให้ฟันเราผุ วันนี้คุณยายกลับมาจากต่างประเทศ คุณยายซื้อลูกอมมาฝากแตงโมเยอะแยะเลย แตงโมดีใจมาก คุณยายกลับแล้วแตงโมก็หอบขนมไปกินบนห้องอย่างมีความสุข แม่บอกแตงโมว่ากินลูกอมไม่ประโยชน์นะลูก ถ้าแตงโมกินลูกอม ลูกกวาดแยอะ จะทำให้ปวดฟันนะคะลูก แตงโมไม่เชื่อคุณแม่เมื่อกินขนมเสร็จแตงโมไม่ยองแปรงฟัน บรรณดาแมงกินฟันพากันแอบดูแตงโมอยู่ข้างหน้าต่าง พวกมันเฝ้ารอที่จะเข้าไปในฟันของแตงโม วันรุ้งขึ้นขณะที่แตงโมกำลังอ่านหนังสืออยู่ แตงโมก็ปวดฟัน ร้องไห้วิ่งไปหาคุณแม่ แตงโมจึงอ้าปากให้คุณแม่ดูแล้วบอกว่าปวดซี่ไหน แตงโมปวดฟันมากจนแก้มบวม คุณแม่พูดว่า '' แม่เคยเตือนแตงโมแล้วนะคะ '' ไม่ให้กินขนมหวาน จะทำให้ปวดฟันอย่างนี้ คุณแม่จึงพาแตงโมไปหาลุงหมอ ซึ่งเป็นลุงหมอฟันใจดี ที่ร้านลุงหมอแตงโมพบเด็กๆอีกหลายคน ทุกคนต่างปวดฟันเพราะกินขนม ลูกอมหวานๆ พอลุงหมอรักษาฟันแตงโมเสร็จก็สอนวิธีให้แตงโมแปรงฟันให้สะอาด บ้วนปากหลังกินอาหาร และห้ามกินลูกอม เมื่อแตงโมกลับบ้าน แตงโมจึงพูดกับแม่ว่า '' แตงโมเข็ดแล้วคะคุณแม่ แตงโมจะไม่กินลูกกวาดอีกแล้วค่ะ ''

เพลง....แปรงฟัน
ตื่นเช้าเราแปรงฟัน กินอาหารแล้วเราแปรงฟัน
ก่อนนอนเราแปรงฟัน ฟันสะอาดขาวเป็นเงางาม
แปรงฟันที่ถูกวิธี ดูซิต้องแปรงขึ้นลง (ซ้ำ)

เพลงแปรงฟัน
ตื่นเช้าล้านหน้าแปรงฟัน แปรงฟันทุกทุกวันฟันจะสวยดี
แปรงขึ้นแปรงลงเข้าซิ วันละสองทีแปรงฟัน แปลงฟัน

วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
วันที่5/2/53
วันนี้นำเสนอ ผลการจัดกิจกรรมทางภาษา
ในหัวข้อ บันทึกเสียงนิทาน
และของเพื่อนคือ สนุกกับคำสั่ง
sild สวยดี ตัวหนังสือค่อนข้างเยอะ
การนำเสนอของเพื่อน ติดขัด
คงเนื่องมาจากความตื่นเต้น

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553

บันทึกวันนี้ วันศุกร์ ที่29 มกราคม 2553
วันนี้อาจารย์ทบทวนและพูดคุยกับนักศึกษา เกี่ยวกับงานกลุ่มที่สั่งให้นักศึกษาแบ่งกลุ่ม4คน 6กลุ่ม จัดกิจกรรมทางภาษาที่โรงเรียนอนุบาลสาธิตจันทรเกษม อาจารย์บอกรายละเอียดและยกตัวอย่างกิจกรรมของแต่ละกลุ่มให้นักศึกษาฟัง และฝึกให้นักศึกษาคิดตาม พร้อมทำความเข้าใจ
-พร้อมทั้งให้นักศึกษาทำตารางการจัดกิจกรรมทางภาษาส่งมาให้อาจาย์ดูทุกกลุ่ม
-รวมทั้งอาจารย์ตรวจงานปริศนาคำทายให้กับนักศึกษา และยกตัวอย่างการพิมพ์คำและแยกคำเพื่อใช้ในการอ่านให้เด็กอ่านง่ายและให้เด็กได้จำคำต่างๆได้

วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2553

บันทึกการเรียนวันนี้ (วัน ศุกร์ ที่ 15 53)
1. อาจรย์ได้ชี้แจ้งงานที่ต้องเล่านิทานให้เด็กและทำตารางการเล่านิทาน
- โรงเรียนอนุบาลสาธิตจันเกษม ชั้น อ.1-3
- วันที่ 22 ให้ลงเล่านิทานให้เด็กฟัง
2. อาจารย์ให้ส่งงานคำทายปริศนา และออกทายเพื่อนๆในห้องเรียน

วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2552

บันทึกการเรียนการสอน

บันทึกครั้ง 5

วัน ศุกร์ ที่ 11 ธันวาคม 2552



1.อาจารย์ให้รายงานนำเสอนหน้าชั้นเรียน
เรื่อง การจัดประสบการณ์สำหรับเด็ก
2.อาจาราย์แนะนำเพิ่มเติม
บันทึกครั้ง 5


1.อาจารย์ให้ส่งงาน

วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2552



วันศุกร์ ที่4 ธันวาคม 2532

บันทึกการเรียนครั้งที่ 5
1.อาจารย์ให้นำเสมองานกลุ่ม
- เรื่องหลักการจัดประสบการณ์ให้แก่เด็กปฐมวัย

หลักการจัดประสบการณ์ให้แก่เด็กปฐมวัยนั้น ควรจัดให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กคำนึงถึงตัวเด็กเป็นหลักจัดประสบการณ์ให้เด็กเพื่อส่งเสริมพัฒนาทุกด้าน เช่น ทักษะทางภาษา
ความหมายของภาษา ความสามารถทางภาษา หมายถึง การรับรู้และการแสดงออกทางภาษาโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของเด็กอายุ 5-6 ปี แบ่งเป็น 4 ด้าน ดังนี้
1 ความสามารถด้านการฟัง หมายถึง การตั้งใจรับรู้เสียงที่ได้ยิน โดยสัมผัสทางหูและส่งไปผ่านสมอง เพื่อแปรความหมายให้เกิดความเข้าใจในสิ่งที่ได้ยิน 2 ความสามารถด้านการพูด หมายถึง การเปล่งเสียงออกมาเป็นคำ ประโยคอย่างมีความหมาย หรือแสดงออกเป็นภาษาท่าทาง เพื่อให้ผู้ฟังเกิดความเข้าใจ 3 ความสามารถด้านการอ่าน หมายถึง การแปลความหมายจากสื่อ สัญลักษณ์ ที่เห็นของจริง แผ่นภาพ ตัวอักษรได้อย่างถูกต้อง 4 ความสามารถด้านการเขียน หมายถึง การบังคับกล้ามเนื้อมือ ให้สัมพันธ์กับตาและสามารถเขียนเป็นภาพ สัญลักษณ์ ตัวอักษรให้ผู้อื่นเข้าใจความหมาย
ความสามารถทางภาษาที่กล่าวข้างต้นนี้
สามารถวัดโดยการเก็บรวบรวมผลงานที่เด็กสร้างขึ้น ปัจจุบันการจัดสิ่งแวดล้อมที่ดีมีสถานเลี้ยงเด็กที่ได้มาตรฐาน มีพี่เลี้ยงเด็กที่มีความรู้ เข้าใจ ความต้องการ พัฒนาการเด็กจะส่งผลให้เด็กได้รับความรัก ความอบอุ่น ความมั่งคงทางจิตใจ เมื่อเด็กโตขึ้นสามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้อย่างมีความสุข หนังสือสำหรับเด็กจะทำให้เด็กเป็นผู้มีสุขภาพจิตดี มีความสุข มองโลกในแง่ดีและปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ ในการจัดประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัยเพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในการสร้างหนังสือสำหรับเด็ก การอ่านคำกลอนให้เด็กฟังเป็นเทคนิคหนึ่งที่นิยมนำมาใช้กับเด็กปฐมวัย ทั้งนี้เพราะคำกลอนเป็นสื่อที่เด็กคุ้นเคย ให้ความสนุกสนานและความรู้ เด็กสามารถเก็บความจากเรื่องที่ฟังได้สมควรแก่วัย การที่ครูอ่านคำกลอนให้เด็กฟังแล้วให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์จากคำกลอนโดยครูมีคำถามมาใช้ประกอบการจัดกิจกรรมความคิดสร้างสรรค์ด้วยนั้น เป็นการส่งเสริมการแสดงออก ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

แหล่งที่มา http://www.kroobannok.com/view.php?article_id=5868 http://www.vcharkarn.com/vblog/34707/2

วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สรุปเทคนิคการสอน


...บันทึกครั้งที่4 ...
เทคนิคการสอนภาษา
การสอนภาษาสำหรับเด็กไม่ใช้เพียงการสอนเฉพาะทักษะการอ่านและการเขียนเท่านั้นครูสามารถประเมินการสอนได้โดยสังเกตเด็กว่าเด็กรู้สึกเครียด เบื่อ ไม่สนุก แสดงว่าครูสอนไม่ถูกต้อง
แนวคิดพื้นฐานของการสอนภาษา
1. ครูต้องรู้ว่าเด็กของเราเรียนรู้ได้อย่างไร
2. ประสบการณ์ทางด้านภาษาเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
3. เชื่อว่าเด็กทุกคนสามารถเรียนรู้ได้
4. เด็กเรียนรู้ได้ดี ถ้าสอนแบบ Whole Language คือ
- สอนอย่างเป็นธรรมชาติ
- สอนอย่างมีความหมายต่อเด็ก
- สอนแล้วเด็กสามารถนำคำสอนไปใช้ได้ด้วย
- เนื้อหาที่จะสอนจะต้องใช้ในชีวิตประจำวัน
5. เด็กจะเรียนรู้ได้ดีจะต้องเกิดจากการตัดสิ้นใจของเด็กเอง
6. .ให้เด็กรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคมของห้อง
7. ไม่ควรทำเด็กรู้สึกกดดัน
8. ครูจะต้องสอนทักษะไปพร้อมๆกัน
9. ทำให้การเรียนรู้เป็นสิ่งที่น่าสนใจและสนุกสนาน
ครูสอนภาษาได้อย่างไร
การจะเริ่มสอนภาษาให้เด็กควรเริ่มจากสิ่งที่เด็กสนใจ ครูต้องยอมรับภาษาที่เด็กใช้ จะต้องทำการประเมินหรือสังเกตเด็กในเรื่องเรียนว่าเด็กทำได้มากน้อยเพียงใด และควรส่งเสริมให้เด็กกล้าแสดงตน ในความรู้สึก กล้าลองผิดลองถูก และพัฒนาด้านจิพิสัย
ข้อควรปฏิบัติในการสอนภาษา
ครูควรสอนให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด ควรบูรณาการ การเรียนการสอนให้น่าสนใจ จัดกิจกรรมให้เด็กเก่งและเด็กอ่อนมีส่วนร่วมด้วยกันเพื่อมิให้เด็กเกิดปมด้อย ครูควรทำให้เด็กเกิดความสนใจ ในการสอนเกิดแรงกระตุ้นให้เด็กจำคำต่างๆและสอนให้เด็กสะกดชื่อตัวเอง ครูควรเขียนให้เด็กดูเพื่อให้เด็กจดจำได้ง่าย

วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

วันที่ ศุกร์ 13 52

วันนี้อาจารย์ให้นักศึกษา แบ่งกลุ่ม กลุ่ม 5 คน ให้ศึกษาค้นคว้า
เรื่อง หลักการจัดประสบการณ์ ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
ค้นหาจาก:(http://www.mahidol.ac.th/mahidol/ra/rapc/c4.html)
ค้นหาจาก http://www.vcharkarn.com/vblog/34707/2

กระบวนการจัดการเรียนรู้และประสบการณ์ภาษา (เสริม)
การจัดการเรียนรู้และประสบการณ์ภาษา สำหรับเด็กปฐมวัยที่จะให้ได้รับผลสำเร็จตามเป้าหมาย ต้องมีองค์ประกอบและการดำเนินงาน ต่อไปนี้
1. การวางแผนการจัดการเรียนรู้
2. หลักการจัดการเรียนรู้ทางภาษา
3. บทบาทและหน้าที่ของครู
4.การจัดสภาพแวดล้อมเพื่อการสอนภาษาตามธรรมชาติ
เด็กปฐมวัยเป็นวัยที่มีพัฒนาการต่อจากวัยทารกอยู่ในช่วงอายุ 3 – 6 ปี ซึ่งนักจิตวิทยาและนักการศึกษา ต่างให้ความสำคัญกับเด็กในวัยนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กในช่วงอายุ 6 ปีแรก ซึ่งถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้และมีพัฒนาการทางด้านต่างๆอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นในด้านการเจริญเติบโตทางร่างกาย ที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสัดส่วนในรูปแบบที่ใกล้เคียงกับวัยผู้ใหญ่มากขึ้น ความสามารถในการควบคุมกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ รวมถึงรูปแบบการคิดอ่าน การสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลแวดล้อม ตลอดจนการพัฒนาความเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ซึ่งโดยปกติเด็กวัยนี้จะมีพัฒนาการที่สำคัญคือ
1. พัฒนาการทางด้านร่างกาย เช่น แขนและขาจะยาวออกไป ศีรษะจะได้ขนาดกับลำตัว โครงกระดูกแข็งแรงขึ้น เริ่มมีทักษะในการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกาย เช่น รู้จัก การป้อนข้าวเอง แต่งตัวได้เอง ใส่รองเท้าและอาบน้ำได้ด้วยตนเอง ในปลายวัยเด็กตอนต้นฟันแท้จะเริ่มขึ้น 1-2 ซี่
2. พัฒนาการทางอารมณ์ เด็กวัยนี้มักเป็นคนเจ้าอารมณ์ หงุดหงิด โกรธง่าย ดื้อรั้นเป็น
วัยที่เรียกว่าชอบปฏิเสธ และอาการดังกล่าวจะค่อยๆ หายไปเอง เมื่อเด็กเข้าโรงเรียนและมีเพื่อนเล่น แต่อย่างไรก็ตาม พัฒนาการทางอารมณ์ของเด็กจะมั่นคงเพียงใดขึ้นอยู่กับการอบรมเลี้ยงดูเป็นสำคัญ
3. พัฒนาการทางสังคม เริ่มรู้จักการคบเพื่อน เล่นกับเพื่อน ปรับตัวให้เข้ากับเพื่อน รู้จัก
การร่วมมือ การยอมรับฟัง เริ่มรู้จักการแข่งขันระหว่างกลุ่มเมื่ออายุ 4-5 ขวบ และมักเล่นกับเพื่อนเพศเดียวกัน การเล่นกับเพื่อนนี้จะช่วยให้เด็กเกิดความรู้สึกอบอุ่น ไม่รู้สึกว่าตนเองถูกทอดทิ้ง
4. พัฒนาการทางภาษา จะเป็นไปทีละขั้น เริ่มใช้ภาษาได้ดีพอสมควร รู้จักศัพท์เพิ่มขึ้น
รวดเร็ว เรียนรู้คำใหม่ๆมากขึ้น

ทฤษฎีพัฒนาการด้านภาษา
1. ทฤษฎีความพึงพอใจแห่งตน
2. ทฤษฎีการเลียนแบบ (The Imitation Theory)
3. ทฤษฎีเสริมกำลัง (Reinforcement Theory)
4. ทฤษฎีการรับรู้ (Motor Theory of Perception)

บทบาทของครูปฐมวัย
เมื่อถึงเวลาเข้าสู่สังคมแห่งการศึกษาในโรงเรียน บุคคลที่มีความสำคัญไม่แพ้ “พ่อ” “แม่” นั่นคือ ครู เนื่องจากเมื่อเด็กเข้าสู่วัยเรียน ครูจะเป็นผู้ที่คอยให้ความรู้และรักษากฎระเบียบ โดย ครูเฉพาะการเป็นตัวแบบที่ดีให้กับเด็ก ซึ่งครูมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ
1. ความรู้ของครู หากครูมีความรู้เกี่ยวกับหลักการและวิธีการพัฒนาทักษะทางภาษาได้
2. เจตคติของครู หรือความรู้สึกที่เห็นความสำคัญของการพัฒนาทักษะทางภาษา ย่อม
3. บุคลิกภาพและพฤติกรรมของครู เนื่องจากเด็กสามารถเรียนรู้และเลียนแบบจากครู
4. ความสามารถในการใช้ภาษาของครู หากครูมีความสามารถในการเลือกใช้คำ
5. การสอนของครู ครูมีบทบาทและหน้าที่โดยตรงในการจัดกิจกรรมให้กับเด็ก ถ้าครูจัด
ปัจจุบันการจัดสิ่งแวดล้อมที่ดีมีสถานเลี้ยงเด็กที่ได้มาตรฐาน มีพี่เลี้ยงเด็กที่มีความรู้ เข้าใจ ความต้องการ พัฒนาการเด็กจะส่งผลให้เด็กได้รับความรัก ความอบอุ่น ความมั่งคงทางจิตใจ เมื่อเด็กโตขึ้นสามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้อย่างมีความสุข หนังสือสำหรับเด็กจะทำให้เด็กเป็นผู้มีสุขภาพจิตดี มีความสุข มองโลกในแง่ดีและปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้
ในการจัดประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัยเพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในการสร้างหนังสือสำหรับเด็ก การอ่านคำกลอนให้เด็กฟังเป็นเทคนิคหนึ่งที่นิยมนำมาใช้กับเด็กปฐมวัย ทั้งนี้เพราะคำกลอนเป็นสื่อที่เด็กคุ้นเคย ให้ความสนุกสนานและความรู้ เด็กสามารถเก็บความจากเรื่องที่ฟังได้สมควรแก่วัย

บันทึกการเรียนครั้งที่ 2
1.อาจารย์ตรวจเครื่องแต่งกายนักศึกษา
2.อาจารย์พูดคุยแนะนำการทำบล็อก
3.อาจารย์ให้นำข้อมูลที่ค้นคว้าลงในบล็อกของตนเอง
วัน ศุกร์ 13 2552

วันนี้ อาจารย์ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ให้ศึกษาค้นคว้า เรื่อง หลักการการจัดประสบการณื

วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552


ชื่อ น.ส. ซุนีตา เจ๊ะนุ รหัส 5111209853
วันที่ ศุกร์ 6 พฤศจิกายน 2552
เรียนวันแรก
1. การจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
หมายถึง การจัดการเรียนรู้ให้เด็กเกิดการเรียนรู้โดยการในภาษาในการถ่ายทอดความรู้และให้เด็กได้แสดงออกโดยการในภาษาในการพูดออกมา หรือต้องการสิ่งใด สามารถแสดงออกมาได้
บรรยายกาศในห้องเรียน
2.บรรยากาศในห้องเรียน
ควรจัดมุมสื่อการเรียนรู้จากสัญญาลักษณ์โดยการถ่ายทอดออกมาและเกิดภาษาขึ้น ห้องมีความอบอุ่น หน้าเรียน
3.สรุปใจความสำคัญที่อาจารย์ได้พูด
การจัดประสบการณ์ให้เด็กปฐมวัยนั้น ต้องให้เด็กได้เรียนรู้ทั้ง 5 ประสาทสัมผัส
และการถ่ายทอดความรู้สึกกออกมาโดยการใช้ภาษาและความรู้สึก ที่จิตใจนึกคิดจากที่ได้สัมผัส

4.สรุปเปรียบเทียบ
การจัดประสบการให้เด็กนั้นเราควรหาให้ได้สัมผัสกับสิ่งนั้นให้เกิดการเรียนรู้ก่อนจึงจะสามารถแสดงออกมาให้เป็นผลดี